ลืมรหัสผ่าน สมัครใหม่
อย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์กาแฟลดความอ้วน
จุรินทร์เผย พบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กาแฟ อวดอ้างลดความอ้วนตรึม ขอผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อมิหนำซ้ำยังคงพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์กาแฟ ลักลอบใส่ยาลดความอ้วน Sibutramine (ไซบูทรามีน)ซึ่งจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายและอยู่ในความดูแลของแพทย์ โดยขายได้เฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น แนะลดความอ้วนอย่างปลอดภัยต้องเริ่มจากพฤติกรรมตนเองดีที่สุด
อ่านต่อ
มะม่วงป้องกันมะเร็งต่อต้านเนื้อร้ายมดลูกและลำไส้ได้ผลดี
นักวิทยาศาสตร์การอาหารอเมริกาค้นพบว่ามะม่วงอันเป็นผลไม้เก่าแก่และเป็นที่ นิยมกินกันอยู่ตามดินแดนหลายส่วนของโลก สามารถช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมและลำไส้ได้
KUBEEF
สหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเวบไซด์ที่บริการข้อมูลการให้บริการผลิตภัณฑ์โคเนื้อที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานการจัดจำหน่ายสินค้า ภายในเวบยังมีข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์โคเนื้อ การเลือกใช้ส่วนต่างๆของเนื้อ บทความทางวิชาการ รวมทั้งการตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์ ลองเข้าไปเยี่ยมชมและใช้บริการได้นะคะ
ปัจจุบันมีการนำพริกมาใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งทางดานอาหารและทางด้านเภสัชศาสตร์ ความเผ็ดของพริกเป็นผลจากสารแคปไซซิน (capsaicin) ในผลพริก เราสามารถเปรียบเทียบความเผ็ดของพริกโดยการหาค่าดัชนีความเผ็ดของพริกได้ ทีนี้เราก็จะทราบแล้วว่าพริกแบบใด พันธุ์ใด แหล่งใด มีความเผ็ดกว่ากัน การหาค่าดัชนีความเผ็ดของพริก แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ 1) การทดสอบการชิม โดยรายงานเป็นค่า Scoville Heat Units (SU หรือ SHU) วิธีการนี้จะใช้ผู้ทดสอบชิมที่มีประสบการณ์ในการชิมตัวอย่าง ตัวอย่างที่ใช้เตรียมได้โดยใช้สารละลายของพริกในน้ำตาลเตรียมได้จากการปรุงระหว่างผงพริกบดกับสารละลายน้ำตาล หลังจากนั้นนำมาเจือจางด้วยน้ำให้มีความเข้มข้นต่ำลงหลายๆ ความเข้มข้น จากนั้นนำค่าคงที่ของการทำให้เจือจาง (dilution factor) ของสารละลายพริกที่ผู้ทดสอบชิมสามารถชิมได้โดยที่ไม่รู้สึกเผ็ดมาคำนวณหาค่า SHU โดย 1.5 SHU มีค่าเท่ากับความเผ็ด 1 ส่วนในน้ำที่มาละลายล้านส่วน (ppm) การวัดความเผ็ดวิธีนี้ยังคงมีการใช้ตามบริษัทเครื่องเทศและซอส แม้จะเป็นวิธีการที่ง่ายต่อการเตรียมและเสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่มีข้อเสียและข้อจำกัด คือ พริกที่รับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดความเผ็ดร้อนต่อผู้ทดสอบชิม ทำให้ไม่สามารถชิงตัวอย่างได้มาก และอาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการรับรสของผู้ชิม ทำให้ได้รับรสเผ็ดร้อนสูงกว่าความเป็นจริง 2) การวิเคราะห์ปริมาณแคปไซซินด้วยเครื่อง HPLC เป็นวิธีการที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากให้ผลที่แม่นยำและรวดเร็ว สามารถวิเคราะห์ตัวอย่างได้ครั้งละมากๆ โดยส่วนใหญ่ดัชนีความเผ็ดสามารถจัดกลุ่มได้ 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มที่มีความเผ็ดสูงถึงสูงมาก (มีปริมาณ capsaicin 0.5-1.0 %) กลุ่มที่มีความเผ็ดปานกลาง (มีปริมาณ capsaicin 0.1-0.5 %) และกลุ่มที่มีความเผ็ดต่ำถึงต่ำมาก ( มีปริมาณ capsaicin ต่ำกว่า 0.1%) เรียบเรียงโดย: little foodscientist ที่มา: Food Processing; 45(11): 70-73 http://pubs.acs.org/hotartcl/tcaw/00/may/dong.html http://www.foodproductdesign.com/archive/2001/0501fo_s.html
วันที่: 2005-11-20
Copyright ® 2005FoodScienceToday.com
หน้าหลัก บทความ งานวิจัย เครื่องมือและอุปกรณ์ ข่าวประชาสัมพันธ์ กระดานข่าว เกี่ยวกับเรา
Created by Kanithaporn P.