หน้าหลัก แผนที่เวบไซต์


Search       
สถิติผู้เยี่ยมชม
0 ผู้เยื่ยมชม
สมาชิกใหม่วันนี้: 0
สมาชิกทั้งหมด: 0

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ FoodScienceToday.com

   ลืมรหัสผ่าน      สมัครใหม่

0


  อย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์กาแฟลดความอ้วน

จุรินทร์เผย พบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กาแฟ อวดอ้างลดความอ้วนตรึม ขอผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อมิหนำซ้ำยังคงพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์กาแฟ ลักลอบใส่ยาลดความอ้วน Sibutramine (ไซบูทรามีน)ซึ่งจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายและอยู่ในความดูแลของแพทย์ โดยขายได้เฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น แนะลดความอ้วนอย่างปลอดภัยต้องเริ่มจากพฤติกรรมตนเองดีที่สุด

อ่านต่อ


   มะม่วงป้องกันมะเร็งต่อต้านเนื้อร้ายมดลูกและลำไส้ได้ผลดี

นักวิทยาศาสตร์การอาหารอเมริกาค้นพบว่ามะม่วงอันเป็นผลไม้เก่าแก่และเป็นที่ นิยมกินกันอยู่ตามดินแดนหลายส่วนของโลก สามารถช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมและลำไส้ได้

อ่านต่อ


  KUBEEF

สหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเวบไซด์ที่บริการข้อมูลการให้บริการผลิตภัณฑ์โคเนื้อที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานการจัดจำหน่ายสินค้า ภายในเวบยังมีข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์โคเนื้อ การเลือกใช้ส่วนต่างๆของเนื้อ บทความทางวิชาการ รวมทั้งการตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์ ลองเข้าไปเยี่ยมชมและใช้บริการได้นะคะ

อ่านต่อ


 

 


บทความวิชาการ > หัวหอมใหญ่...เสียน้ำตา ???

เชื่อว่าหลายท่านคงมีประสบการณ์กับการเสียน้ำตาจากการหั่นหัวหอมใหญ่ หลายคนถึงกับเข็ดขยาดไม่หั่นอีกเลย แต่ขอบอกว่าหัวหอมเป็นยาขนานเอก สามารถรักษาทั้งโรคหวัด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูก และอื่นๆ อีกหลายโรค อย่างว่าล่ะ เป็นสัจธรรมของชีวิตว่าของดีมีค่า มักมาคู่กับความลำบาก.. เอาล่ะ..ในฐานะนักวิทยาศาสตร์การอาหารอย่างพวกเรา..ควรจะทราบกันหน่อยว่า มันเกิดอะไรขึ้นเวลาที่เราหั่นหัวหอม ถึงทำให้ร้องไห้ได้..แล้วทำอย่างไรถึงจะเสียน้ำตาน้อยที่สุดจากการหั่นหัวหอม

หัวหอมก็เหมือนพืชทั่วๆ ไป คือประกอบไปด้วยหน่วยย่อย คือ เซลล์ เซลล์หนึ่งๆ ของหัวหอมก็จะประกอบไปด้วยสารต่างๆ มากมาย แต่ที่เป็นดาวเด่นต้นเหตุการณ์ของการเสียน้ำตา คือ เอนไซม์ allinase และ กรดอะมิโน sulfoxide ปกติแล้วสารเหล่านี้จะอยู่แยกกัน แต่เมื่อเราหั่นหัวหอม เซลล์ถูกทำลาย สารสองตัวนี้มาเจอกัน เกิดปฏิกิริยาสร้างกรดชนิดหนี่ง ชื่อว่า sulfenic acid ซึ่งกรดตัวนี้สามารถสลายตัวให้สารระเหย propanethiol S-oxide ได้ทันที และเมื่อสารนี้ระเหยมาเจอกับน้ำที่ต่อม lachrymal ของตาเรา สารนี้กลายสภาพเป็นกรดซัลฟิวริกอ่อน ทำให้ตาระคายเคือง ผลิตน้ำออกมาเพื่อเจือจางกรดนี้ กลายเป็น “น้ำตา” นั่นเอง และนี่ก้อคือที่มาของการเสียน้ำตาเมื่อเราหั่นหัวหอม น่าสนใจดีน่ะค่ะ

ทีนี้ มาดูกันว่า ทำยังงัยถึงจะลดปัญหานี้ได้ วิธีง่ายสุดให้สวมแว่นตาว่ายน้ำ แต่ลองนึกภาพดู ว่าจะฮาแค่ไหน ถ้าเราต้องใส่แว่นตาว่ายน้ำทำครัว วิธีนี้ขอข้ามไปล่ะกัน ส่วนวิธีอื่นๆ ที่เหมือนจะได้ผล ได้แก่ ใส่หัวหอมในช่องแช่แข็งก่อนหั่น ต้มหัวหอมก่อนหั่น ฉีดน้ำส้มสายชูลงบนเขียวก่อนหั่น หรือแม้แต่ให้หั่นหัวหอมในน้ำที่ไหลอยู่ วิธีเหล่านี้ก็ล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ ทำลายเอนไซม์เพื่อไม่ให้สามารถทำปฏิกิริยากับสารซัลเฟอร์ได้ ส่วนจะเลือกใช้วิธีไหน ก็ต้องขึ้นกับความถนัดและไม่กระทบรสชาติของอาหารที่จะทำค่ะ

นอกจากนี้ สถาบันวิจัยพืชและอาหารในนิวซีแลนด์ใช้เทคโนโลยียีนไซเลนซิ่ง (Gene-silencing Technology) และหวังว่าจะสามารถสร้างหัวหอมใหญ่ต้นแบบและทำตลาดได้ภายในเวลา 10 ปี “โครงการนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2002 หลังจากนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นค้นพบยีนในหอมใหญ่ที่เป็นเหตุให้เกิดการผลิตน้ำตา ในตอนแรกนั้น เราเข้าใจว่าน้ำตาผลิตออกมาโดยธรรมชาติเมื่อเราหั่นหัวหอม แต่นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นได้พิสูจน์แล้วว่าการไหลของน้ำตานั้น เป็นเพราะเอนไซม์ในหอมใหญ่” โคลิน เอดี้ (Colin Eady) นักวิทยาศาสตร์ประจำสถาบันวิจัยกล่าว "นักวิทยาศาสตร์ใส่ดีเอ็นเอเข้าไปในหัวหอมใหญ่ เพื่อยังยั้งการแสดงออกของยีนที่ทำให้เกิดน้ำตาในหอมใหญ่ และเมื่อหอมใหญ่ไม่สามารถผลิตเอนไซม์นั้น น้ำตาก็จะไม่ไหลเวลาที่เราหั่นหัวหอม" เอดี้กล่าวว่า การหยุดยั้งสารประกอบซัลเฟอร์ไม่ให้เปลี่ยนเป็นสารที่ทำให้เกิดน้ำตา แต่เปลี่ยนให้เป็นสารประกอบที่มีผลต่อกลิ่นและสุขภาพแทน อาจช่วยปรับปรุงรสชาติของหัวหอม

เราหวังว่าสิ่งที่เราทำอยู่นี้จะทำให้คุณลักษณะด้านโภชนาการและรสชาติของหอมใหญ่ดีขึ้น และหวังว่าเราจะได้หัวหอมที่สวย มีกลิ่นหอม โดยที่ไม่มีรสขม ฉุน และไม่ทำให้น้ำตาไหล” หลังจาการประชุมนานาชาติที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ และหลังจากวารสารการค้า Onion World กล่าวถึงผลงานของเอดี้ เค้าก็ได้รับความสนใจจากทั่วโลก

โครงการนี้น่าสนใจมากเพราะเป็นโครงการที่กำหนดโดยผู้บริโภค และทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่าเทคโนโลยีชีวภาพเป็นเรื่องที่ดี ประชากรโลกเพิ่มมากขึ้น ต้องการอาหารมากขึ้น ในขณะที่สภาพอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง และยังมีความเสี่ยงอื่นๆที่อาจเกิดอีก ทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ค่อยๆลดลง

เทคโนโลยียีนไซเลนซิ่งสามารถใช้สู้กับไวรัสก่อโรค และเทคโนโลยีชีวภาพก็ช่วยให้เราผลิตอาหารได้มากขึ้น แต่ที่ผมสนใจมากกว่าก็คือ การสร้างผลผลิตให้ได้อย่างเพียงพอ และต้องเป็นการปลูกที่มีประสิทธิภาพ"
-----------------------------------------------------------
เรียบเรียงโดย Kanithaporn Puangsombat (webmaster foodsciencetoday)

วันที่: 2008-07-28

     
 
ความคิดเห็นทั้งหมด [0]

เพิ่มความคิดเห็น

จาก : *
รายละเอียด :
Very Happy Smile Sad Surprised
Shocked Confused Cool Laughing
Mad Razz Embarassed Crying or Very sad
Evil or Very Mad Twisted Evil Rolling Eyes Wink
Exclamation Question Idea Arrow
Help
Email :*
Security Code : «

 
 
     
 
หัวข้ออื่น ๆ ในหมวด
     กาแฟ...ป้องกันโรค?? : 2010-03-19
     7 ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ แห่งปี 2010 : 2010-01-20
     เบื้องหลัง...หมูเนื้อนุ่ม : 2009-10-01
     อาหารเช้านั้นสำคัญไฉน : 2009-07-29
     ควันหลง IFT 2009, California USA : 2009-06-22
     IFT Annual Meeting & Food Expo 2009 : 2009-06-19
     การหมักเนื้อด้วยเครื่องเทศก่อนนำไปทอด ปิ้ง หรือย่าง…..ช่วยลดสารก่อมะเร็ง : 2009-04-17
     สารต่อต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ : 2009-02-18
     เคล็ดลับการเลือกซื้ออาหารไหว้เจ้า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน : 2009-01-24
     การผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด : 2009-01-06
     สธ.ร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีเผาทำลายผลิตภัณฑ์อาหารที่พบสารเมลามีนเกินเกณฑ์มาตรฐาน : 2008-11-11
     มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คว้าชัย FoSTAT-Nestle Quiz Bowl 2008 : 2008-06-26
     การใช้ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในเนื้อสัตว์....ปลอดภัย ?? : 2008-06-12
     ซื้อเนื้อสัตว์ เลือกภาชนะบรรจุแบบไหนดี : 2008-05-05
     หลากหลายกลิ่นรสของปอปคอร์น : 2008-03-24
     เติม spice สร้างสีสันให้ชีวิต : 2008-02-18
     แนวทางการพัฒนาอาหารหมักในประเทศไทย : 2008-01-07
     กาแฟ....เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ!!! : 2007-11-07
     การสอบเพื่อขึ้นทะเบียนนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร : 2007-10-14
     วิทยาศาสตร์การอาหารในฮาลาล : 2007-09-13
     มารู้จักกรดไขมันกันเถอะ : 2007-09-04
     มหัศจรรย์ ผักพื้นบ้านไทย : 2007-06-28
     "น้ำมันมะกอก" น้ำมันพืชที่ปลอดภัย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด : 2007-06-13
     น้ำมันตับปลากับน้ำมันปลาต่างกันอย่างไร : 2007-06-07
     ตำนาน ไอศครีม : 2007-03-31
     ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ Tequila : 2007-02-15
     นมแพะ…ของดีที่หลายท่านมองข้าม : 2007-02-02
     อะไร คือ แอนตี้ออกซิแดนท์ ???? : 2006-12-28
     มารู้จักเครื่องดื่มโคล่ากันเถอะ : 2006-11-24
     ไข่ กินไข่ แล้วได้อะไร? : 2006-10-24
     อาหารอันตราย 10 อย่างที่ควรหลีกเลี่ยง : 2006-10-13
     ผึ้งเป็นแมลง..แต่ทำไมถึงมี “นม” : 2006-10-03
     มารู้จักเนยกันเถอะ : 2006-08-16
     กำเนิดเนยแข็ง : 2006-08-01
     IFT Annual Meeting + Food Expo 2006 : 2006-07-14
     เนสท์เล่ทึ่ง!!!จุฬาฯ คว้าแชมป์ 4 ปีซ้อน : 2006-06-20
     โสม สมุนไพรเพิ่มพลังทางเพศจริงหรือ : 2006-06-15
     ไขมันดี-ไขมันไม่ดี : 2006-05-31
     “กระเทียม” ของดีใกล้ตัว : 2006-05-19
     แป๊ะก๊วย กระบี่วิเศษ 2 คม : 2006-05-01
     เนสท์เล่ส่งเสริม ‘นักศึกษาฟู้ดซายน์’ คลื่นคุณภาพลูกใหม่วงการอุตสาหกรรมอาหาร : 2006-04-22
     น้ำผึ้งแท้หรือน้ำผึ้งปลอม : 2006-04-18
     คลอสตริเดียม โบทูลินัม ผู้ร้ายที่ซ่อนอยู่ในอาหารกระป๋อง : 2006-04-02
     อาหารไทย – อาหารสุขภาพ : 2006-03-06
     วิตามินซี ของดีที่ขาดไม่ได้ : 2006-03-06
     มารู้จักวิตามิน C กันเถอะ : 2006-02-17
     Chocolate and Valentine Day : 2006-02-10
     สูตรแก้แฮงค์ : 2006-01-30
     น้ำผลไม้ - โยเกิร์ต ช่วยป้องกันการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ : 2006-01-20
     อาร์ติโชก : 2006-01-09
     บะหมี่สำเร็จรูป (ตอนที่ 2)อร่อยปาก-ลำบากสุขภาพ : 2006-01-09
     บะหมี่สำเร็จรูป (ตอนที่ 1)บะหมี่สำเร็จรูป..นวัตกรรมด้านอาหาร : 2006-01-09
     Carbohydrate Supplement : 2005-12-28
     คารายากัม....รังนกจากยางไม้ : 2006-12-28
     คนรักไข่ ไม่ต้องกลัวโคเลสเตอรอล : 2005-12-23
     การเติม whey protein ในเครื่องดื่ม... : 2005-12-15
     Bisphenol A หนึ่งในสารที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร เพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง : 2005-12-06
     ชาและกาแฟ...ลดความเสี่ยงการเกิดโรคตับเรื้อรังได้ : 2005-12-05
     โบรเมตไอออน....ภัยจากน้ำดื่มฆ่าเชื้อด้วยโอโซน : 2005-12-05
     อาหารลดน้ำหนัก “สูตร Atkins” อาจทำร้ายหัวใจของคุณ : 2005-11-29
     เมนูเพิ่มกล้ามเนื้อ : 2005-11-29
     ความเผ็ดของพริก วัดได้อย่างไร ??? : 2005-11-20
     ขมิ้น....สมุนไพรมากความสามารถ : 2005-11-20
     น้ำมันปลาทำให้หัวใจเต้นปกติ : 2005-11-20
 

Copyright ® 2005
FoodScienceToday.com

หน้าหลัก     บทความ     งานวิจัย     เครื่องมือและอุปกรณ์     ข่าวประชาสัมพันธ์     กระดานข่าว     เกี่ยวกับเรา    

Created by Kanithaporn P.