ลืมรหัสผ่าน สมัครใหม่
อย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์กาแฟลดความอ้วน
จุรินทร์เผย พบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กาแฟ อวดอ้างลดความอ้วนตรึม ขอผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อมิหนำซ้ำยังคงพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์กาแฟ ลักลอบใส่ยาลดความอ้วน Sibutramine (ไซบูทรามีน)ซึ่งจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายและอยู่ในความดูแลของแพทย์ โดยขายได้เฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น แนะลดความอ้วนอย่างปลอดภัยต้องเริ่มจากพฤติกรรมตนเองดีที่สุด
อ่านต่อ
มะม่วงป้องกันมะเร็งต่อต้านเนื้อร้ายมดลูกและลำไส้ได้ผลดี
นักวิทยาศาสตร์การอาหารอเมริกาค้นพบว่ามะม่วงอันเป็นผลไม้เก่าแก่และเป็นที่ นิยมกินกันอยู่ตามดินแดนหลายส่วนของโลก สามารถช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมและลำไส้ได้
KUBEEF
สหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเวบไซด์ที่บริการข้อมูลการให้บริการผลิตภัณฑ์โคเนื้อที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานการจัดจำหน่ายสินค้า ภายในเวบยังมีข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์โคเนื้อ การเลือกใช้ส่วนต่างๆของเนื้อ บทความทางวิชาการ รวมทั้งการตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์ ลองเข้าไปเยี่ยมชมและใช้บริการได้นะคะ
ความนุ่มของเนื้อ (tenderness) หมายถึง ความง่ายของการหลุดจากกันของเส้นใยเนื้อจากการเคี้ยว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สามารถวัดได้หลังจากการที่เนื้อผ่านการปรุงให้สุก ปัจจัยที่มีผลต่อความนุ่มของเนื้อหมูนอกจากจะเกิดจากกระบวนการปรุงหมักเนื้อหมูก่อนการประกอบอาหารแล้ว ยังมีปัจจัยที่สำคัญที่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการได้มาซึ่งเนื้อหมู ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนี้ประกอบด้วย อัตราการเจริญเติบโตของหมู การเก็บรักษาเนื้อหมูภายหลังการเชือดและขั้นตอนการปรุงสุก มีรายละเอียดดังนี้ (1) อัตราการเจริญเติบโตของหมู อัตราการเจริญเติบโต (growth rate) ของหมูขณะที่มีชีวิตอยู่มีความสำคัญมาก หมูที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงสื่อถึง การที่หมูตัวนั้นๆ มีปริมาณโปรติโอไลติคเอนไซม์มาก ทำให้มีวงจรการสร้างและการสลายโปรตีนได้เร็ว มีผลต่อความนุ่มของเนื้อหมู โดยหมูที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง จะมีแนวโน้มที่มีความนุ่มของเนื้อที่มากกว่าหมูที่มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำ ดังนั้นเคล็ดลับในการเพิ่มวงจรการสร้างและการสลายโปรตีนให้ได้มากๆนั้นทำได้โดยการให้อาหารชนิดและปริมาณที่เหมาะสมเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของหมู นอกจากอัตราการเจริญเติบโตแล้ว ปัจจัยอีกอย่างที่มีผลต่อความนุ่มของเนื้อหมู คือ ปริมาณไขมันในเซลล์กล้ามเนื้อ (intramuscular fat) หรือที่เรียกว่า มาร์บลิง (marbling) โดยปกติมีอยู่ประมาณ 2-3% ไขมันส่วนนี้มีความสำคัญต่อความชุ่มฉ่ำ (juiciness) และความนุ่มของเนื้อ ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณของไขมันในเซลล์กล้ามเนื้อ คือ พันธุกรรมและอาหารที่ให้ด้วย (2) การเก็บรักษาหมูภายหลังการเชือด ภายหลังจากการเชือด กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของหมูจะถูกเปลี่ยนเป็นชิ้นเนื้อ ซึ่งขั้นตอนการเก็บรักษาหมูภายหลังการเชือดนี้มีความสำคัญต่อความนุ่มของเนื้อเช่นเดียวกัน โดยปกติแล้วภายหลังการเชือด ซากหมูจะถูกนำไปเก็บในห้องเย็นเพื่อลดอุณหภูมิของซากให้ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสอย่างรวดเร็ว ทำให้มีพลังงานบางส่วนหลงเหลืออยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ ทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่าcold-shortening ซึ่งมีผลทำให้เนื้อมีความเหนียว ดังนั้นเทคนิคการเชือดที่ทำให้เนื้อหมูมีความนุ่มคือ การค่อยๆลดอุณหภูมิของซากอย่างช้าๆ และอุณหภูมิที่ลดไม่ควรต่ำกว่า 5-6 องศาเซลเซียส ภายในระยะเวลา 110 นาที เพื่อคุมปริมาณการสูญเสียของเหลว (Drip Loss) ให้น้อยที่สุด ภายหลังจากการลดอุณหภูมิของซากแล้ว โปรติโอไลติคที่อยู่ภายในเซลล์ จะออกมาย่อยโปรตีน เรียกว่าขั้นตอนบ่มเนื้อซึ่งทำให้เนื้อมีความนุ่ม โดยสภาวะการบ่มเนื้อที่เหมาะสมที่สุด คือ ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 3 วัน (3) การปรุงสุก จากที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า คุณสมบัติความนุ่มนั้นสามารถวัดได้ภายหลังจากการปรุงสุก ดังนั้น วิธีการปรุงสุกก็มีผลอย่างมากต่อความนุ่มของเนื้อหมูเช่นเดียวกัน วิธีการปรุงสุกที่จะทำให้ได้เนื้อหมูนุ่ม คือ การใช้อุณหภูมิไม่สูงมาก ประมาณ 90 องศาเซลเซียส จนกว่าเนื้อหมูจะสุก อย่างไรก็ตาม เนื้อหมูแต่ละส่วนจะใช้ระยะเวลาในการปรุงสุกที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นผู้จำหน่ายเนื้อหมูจึงควรมีคำแนะนำการปรุงสุกแนบไปกับผลิตภัณฑ์เนื้อหมู เพื่อให้ผู้บริโภคทราบถึงวิธีการปรุงสุกที่จะให้ได้เนื้อหมูที่มีความนุ่มและชุ่มฉ่ำ ------------------------------------------------------------ เรียบเรียงโดย : กนิฐพร พ่วงสมบัติ เอกสารอ้างอิง http://www.foodsciencecentral.com/fsc/ixid15766
วันที่: 2009-10-01
Copyright ® 2005FoodScienceToday.com
หน้าหลัก บทความ งานวิจัย เครื่องมือและอุปกรณ์ ข่าวประชาสัมพันธ์ กระดานข่าว เกี่ยวกับเรา
Created by Kanithaporn P.